โครงสร้างและพลวัตป่าชายเลน ศูนย์วิจัยทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 (สตูล)
Structural and Dynamics of Mangrove Forest at Mangrove Forest Resources Research Center 6 (Satun)
ประนอม ชุมเรียง นันทิกานต์ ปะดุกา และ ณัฐกาญดา ด้วงอ่อน
บทคัดย่อ
ป่าชายเลนนับว่าเป็นระบบนิเวศที่มีความเปราะบางและยากที่จะฟื้นฟูหากถูกรบกวน วัตถุประสงค์การศึกษาครั้งนี้เพื่อต้องการทราบลักษณะโครงสร้าง พลวัต และการกักเก็บคาร์บอนของป่าชายเลนภายหลังการฟื้นฟูตามธรรมชาติ บริเวณศูนย์วิจัยทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 (สตูล) โดยวางแปลงถาวรแบบแถบ ขนาด 20 x 500 เมตร ในปี พ.ศ. 2556 ติดเบอร์และวัดขนาดต้นไม้ทุกต้นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกมากกว่า 4.5 เซนติเมตร ทำการติดตามและวัดซ้ำทุก ๆ 2 ปี ในช่วงปี พ.ศ. 2556 - 2562 ผลการศึกษา พบพรรณไม้ในปี พ.ศ. 2562 จำนวน 11 ชนิด 6 สกุล 4 วงศ์ มีพื้นที่หน้าตัดและความหนาแน่นเท่ากับ 27.35 ตารางเมตรต่อเเฮกแตร์ และ 1,016 ต้นต่อเเฮกแตร์ ตามลำดับ มีความหลากหลายพรรณพืชค่อนข้างต่ำ (Shannon-Wiener, H/, เท่ากับ 1.39) โดยวงศ์โกงกาง (Rhizophoraceae) มีจำนวนชนิดและความหนาแน่นมากที่สุดคือ 7 ชนิด และ 525 ต้นต่อแฮกแตร์ ตามลำดับ พลวัตป่าชายเลนมีความผันแปรตามช่วงเวลาและชนิดไม้ ความหนาแน่นของไม้ป่าชายเลนมีแนวโน้มลดโดยมีอัตราการตายเฉลี่ยสูงกว่าอัตราการเพิ่มจำนวนเฉลี่ย (0.13±0.22 และ 5.66 ±0.69 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตามลำดับ) ชนิดไม้ถั่วดำ (Bruguiera parviflora) มีอัตราการตายมากที่สุด ปริมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินในป่าชายเลนเฉลี่ยเท่ากับ 278±33.62 ตันต่อแฮกแตร์ และมีการกักเก็บคาร์บอนเฉลี่ย เท่ากับ 130.73 ±15.83 ตันคาร์บอนต่อแฮกแตร์ โดยชนิดไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) มีปริมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินสูงที่สุด (189.22 ตันต่อแฮกแตร์) แสดงให้เห็นว่า โกงกางใบเล็กมีการเจริญเติบโตที่ดีและมีศักยภาพสูงในการคัดเลือกมาใช้ปลูกเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ รวมถึงเป็นการเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในป่าชายเลนเพื่อช่วยลดผลกระทบและการปรับตัวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
Abstract
Mangrove forest is the fragile ecosystem and difficult to restore after disturbed. This study aimed to clarify the mangrove forest structure, dynamics and carbon sequestration after natural forest restoration at Mangrove Forest Resources Research Center 6 (Satun). In 2013, a 1-ha transect permanent plot, 20 m x 500 m, was established. All trees with diameter at breast height over 4.5 cm were tagged, measure, and identified. Tree monitoring was done every 2-year during the 2013 to 2019. The results showed that tree species in 2019 of total 11 species 6 genera and 4 families were found. The total basal area and density were 27.35 m2.ha-1 and 1,016 individusl.ha-1, respectively. Plant diversity was quite low based on Shannon-Wiener index (H/ = 1.39). Family of Rhizophoraceae is the most dominance family which had highest species number and tree density (7 species and 525 individual.ha-1, respectively). Mangrove forest dynamics varied among periods and species. Tree density had decreased trended which related on high average mortality rate than increment rate (0.13±0.22 and 5.66 ±0.69 %.y-1, respectively). The species of Bruguiera parviflora had the highest mortality rate. The above-ground biomass and carbon sequestration in mangrove forests were 278±33.62 ton.ha-1 and 130.73 ±15.83 tc.ha-1, respectively. The species of Rhizophora apiculata had the highest above-ground biomass (189.22 ton.ha-1). Indicating this species had well growth and high efficiency to select for planting in the mangrove restoration program of Thailand. In addition, these strategies can increase carbon storage in the mangrove forest which may support the mitigation and adaptation on climate change in national and international levels.   
Download