โครงสร้างของสังคมพืชและความหลากหลายของพรรณพฤกษชาติในวัดป่า จังหวัดอุบลราชธานี
Plants Community Structure and Diversity of Flora in Forest Monastery, Ubon Ratchathani Province
จิราพัชร จำปาสิงห์ ธรรมรัตน์ พุทธไทย และสุระ พัฒนเกียรติ
บทคัดย่อ
การลดลงของพื้นที่ป่าไม้ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งการลดลงของพื้นที่ในรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงไปใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของประชากรมนุษย์อาจก่อให้เกิดการรบกวนพื้นที่ป่าธรรมชาติ ที่อาจส่งผลถึงการลดลงของชนิดพันธุ์และความหลากหลายทางชีวภาพได้ ทั้งนี้ วัดป่าเป็นสถานที่หนึ่งที่อาจมีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบของพื้นที่ป่าดั้งเดิมที่ยังคงเหลืออยู่ (Relict forest) ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างและความหลากหลายของพรรณไม้ที่คงเหลืออยู่ในพื้นที่ป่าในวัด รวมทั้งประเมินสถานภาพของพรรณไม้ ในพื้นที่วัดป่า จังหวัดอุบลราชธานี โดยทำการวางแปลงตัวอย่างชั่วคราว (Temporary sample plot) แบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) ขนาด 20 เมตร x 50 เมตร จำนวนทั้งสิ้น 14 แปลง ใน 13 วัด ผลการศึกษาพบว่า สังคมพืชในพื้นที่วัดป่า จำแนกได้เป็น 2 สังคมพืช ได้แก่ สังคมพืชป่าดิบแล้ง และสังคมพืชป่าเต็งรัง โดยสังคมพืชป่าดิบแล้งพบพรรณไม้ทั้งหมด 60 วงศ์ 106 สกุล 145 ชนิด จากทั้งหมด 7 วัด แบ่งออกเป็นไม้ต้น 52 วงศ์ 86 สกุล 116 ชนิด และวงศ์ของไม้ต้นที่มีความสำคัญสูงสุดจากค่า FIV (Family Importance Index) คือ วงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) โครงสร้างของชั้นเรือนยอดจำแนกได้ 3 ชั้นเรือนยอด และไม้หนุ่มพบวงศ์ขนุน (Moraceae) วงศ์ถั่ว (Fabaceae) วงศ์เลือดควาย (Myristicaceae) จำนวนมากที่สุด ตามลำดับ และกล้าไม้พบวงศ์ยาง (Dipterocarpaceae), วงศ์ขนุน (Moraceae) และวงศ์ตะคร้อ (Sapindaceae) ตามลำดับ ส่วนสังคมพืชป่าเต็งรังพบพรรณไม้ทั้งหมด 33 วงศ์ 52 สกุล 65 ชนิด จากทั้งหมด 6 วัด โดยไม้ต้นพบ 23 วงศ์ 35 สกุล 43 ชนิด โดยวงศ์ของไม้ต้นที่มีความสำคัญได้แก่ Dipterocarpaceae สามารถแบ่งชั้นเรือนยอดได้เป็น 2 ชั้นเรือนยอด ไม้หนุ่มและกล้าไม้พบวงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเมื่อทำการประเมินสถานภาพพบว่า มีพรรณไม้ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically endangered; CR) ได้แก่ กฤษณา (Aquilaria crassna) และยางแดง (Dipterocarpus turbinatus) และใกล้สูญพันธุ์ (Endangered; EN) เช่น ชิงชัน (Dalbergia oliveri) อีกทั้งยังสำรวจพบพืชที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable; VU) เช่น พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) เป็นต้น
ASRERACT
Deforestation is still occurring and continuity, some caused by land use transformation such as changed into agricultural land or urban and built-up land together with population increase. This may also lead to decreasing in plants diversity. However, forest monastery may have the green area in the kind of relict forest. Therefore, this study aims to investigated plant community structure, diversity of flora, and status of plants in forest monastery, Ubon Ratchathani Province. The study is conducted purposive sampling using 14 temporary sample plots (20x50 meters) in 13 monasteries. The remnant forest patches in forest monastery can be divided in two types. It is Dry evergreen and Dry diptercarp communities. Sixty families, 106 genus and 144 species from 7 monasteries can be identified in Dry evergreen communities. Fifty-two families, 86 genus and 116 species are tree and Dipterocarpaceae was dominant in family importance value (FIV) and the stratification can be divided in three layers. Dominant species of sapling can be Moraceae, Fabaceae, Myristicaceae. Dipterocarpaceae, Moraceae, Sapindaceae in dry evergreen forest respectively. While dry dipterocarp community found 33 families, 52 genus and 65 species from 6 monasteries, by which 23 families, 35 genus and 43 species are tree. Moreover, Dipterocarpaceae is dominant family importance value. Two layers of stratifications can be recognized. Sapling and seedling of Dipterocarpaceae are also dominant in dipterocarp deciduous forest. The conservation status is listed in critically endangered namely; Aquilaria crassna and Dipterocarpus turbinatus; endangered species is Dalbergia oliveri and vulnerable species is Dalbergia cochinchinensis.
Download